0 |
| การเพิ่มประสิทธิภาพคลังสินค้า และศูนย์กระจายสินค้า |
|
การเพิ่มประสิทธิภาพคลังสินค้า และศูนย์กระจายสินค้า
หนึ่งในกระบวนการทำงานด้านลอจิสติกส์ที่บริษัทและองค์กรต่างๆ ควรให้ความสนใจในชั่วโมงนี้ที่ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากระบวนการด้านการขนส่งหรือการบริหารสต็อก ได้แก่ การจัดการคลังสินค้าและศูนย์กระจายสินค้าโดยกระบวนการทำงานในด้านนี้จะส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนลอจิสติกส์ และประสิทธิภาพในการตอบสนองลูกค้าทั้งในด้านของเวลาในการดำเนินการและคุณภาพมาตรฐานในการส่งมอบสินค้าให้ครบตามจำนวนและเป็นไปอย่างที่ลูกค้าต้องการ ดังนั้นบริษัทและองค์กรต่างๆ จึงควรหันมาให้ความสนใจ และพัฒนาขีดความสามารถในการบริหารจัดการงานในส่วนนี้อย่างจริงจังโดยแนวทางในการปรับปรุง และพัฒนาคลังสินค้าและศูนย์กระจายสินค้าที่บริษัทและองค์กรต่างๆ ควรเลือกใช้ เพื่อยกระดับกระบวนการทำงานลอจิสติกส์ในด้านนี้มีอยู่ด้วยกัน 11 ประการใหญ่ๆ อันได้แก่
แนวทางที่ 1 : การลดภาระสินค้าที่ผ่านคลังสินค้าโดยอาศัยวิธีการ Drop-Shipping หรือการวางแผนจัดหาวัตถุดิบจากซัพพลายเออร์ หรือ การวางแผนการผลิตของโรงงาน ให้เสร็จทันการใช้งาน หรือส่งมอบโดยบริษัทจะมีการจัดเก็บที่ซัพพลายเออร์หรือที่โรงงานแทนการเก็บที่คลังสินค้า โดยเมื่อมีความต้องการในตัวสินค้าเกิดขึ้นสินค้าจะถูกส่งมอบโดยตรงจากซัพพลายเออร์ถึงโรงงานหรือส่งมอบตรงจากโรงงานถึงลูกค้า วิธีการนี้ถือว่าเป็น วิธีการที่ดีที่สุดต่อบริษัทเพราะทำให้บริษัทไม่ต้องมีภาระด้านงาน คลังสินค้าแต่อย่างใด และทำให้ต้นทุนลอจิสติกส์โดยรวมลดลงแต่มีข้อด้อยตรงที่บริษัทจะต้องมีการวางแผนด้านการจัดหา การผลิตและการส่งมอบที่ดีเยี่ยม วิธีการนี้โดยส่วนมากจะนำมาใช้กับสินค้าจำพวกสั่งผลิต
แนวทางที่ 2 : การส่งผ่านสินค้าเข้าคลังแบบ Cross-Docking วิธีการนี้แม้ว่าจะไม่ดีเท่ากับวิธีการแบบ Drop-Shipping แต่ถือว่าเป็นอีกวิธีการหนึ่งที่ช่วยให้ประสิทธิภาพด้านคลังสินค้าของบริษัทสูงขึ้นวิธี Cross-Docking เป็นวิธีการที่สินค้าจะถูกส่งเข้ามาในคลังสินค้าเพียงชั่วคราวเป็นช่วงระยะเวลาสั้นๆ เพื่อลำเลียงขึ้นรถขนส่งรวมกับสินค้าอื่นๆ ที่อาจมีการส่งเข้ามาในช่วงระยะเวลา ไล่เลี่ยกันโดยมากช่วงระยะเวลานี้จะน้อยกว่า 1 วันทำให้สินค้าไม่ต้องมีการขนเข้าไปจัดเก็บที่บริเวณจัดเก็บของคลังแต่อย่างใด สินค้าเป็นเพียง สินค้าส่งผ่านคลัง เท่านั้นทำให้คลังสินค้าไม่เกิดการจัดเก็บและรองรับปริมาณสินค้าได้มากขึ้น ผลิตภาพการทำงานของคลังสูงขึ้นอย่างไรก็ตามวิธีการนี้มีความยากคล้ายกับวิธีการ Drop-Shipping เช่นกัน เพราะจะต้องมีการประสานข้อมูลด้านสินค้าขาเข้าและขาออกจากคลังจากต้นทางถึงปลายทาง พร้อมๆ กันในเวลาเดียวกันซึ่งอาจเป็นเรื่องที่ยากลำบากพอสมควรสำหรับบางธุรกิจหรือบางบริษัท
แนวทางที่ 3 : พิจารณายุบรวมคลังสินค้าจากที่เคยมีจำนวนหลายๆ แห่งให้เหลือจำนวนแห่งเดียวหรือน้อยลงให้เป็นในลักษณะของศูนย์รวบรวมและกระจายสินค้าโดยเลือกทำเลที่ตั้งของคลังสินค้าใหม่ที่สะดวกและประหยัดในการรวบรวมสินค้าจากแหล่งผลิตหรือโรงงานต่างๆ และง่ายต่อการกระจายสินค้าไป สู่ลูกค้าหรือแหล่งบริโภค การพิจารณายุบรวมคลังสินค้านี้ จะส่งผลดีต่อบริษัททั้งในแง่ของการบริหารจัดการสต็อก การจัดการคลังสินค้าในภาพรวมและที่สำคัญลดต้นทุนลอจิสติกส์โดยรวมได้มากขึ้นถ้ามีการเพิ่มกิจกรรมที่ช่วยเพิ่มมูลค่าของสินค้าเข้าไป เช่น การติดฉลากสินค้า การตรวจเช็คคุณภาพสินค้าการประกอบสินค้าขั้นสุดท้าย หรือ การแบ่งถ่ายและบรรจุสินค้า
แนวทางที่ 4 : การปรับเปลี่ยนรูปแบบในการจัดเก็บสินค้าภายในคลังสินค้า จากแบบ Random หรือแบบที่ไม่ได้ระบุตำแหน่งที่ตั้งของสินค้าอย่างชัดเจนมาเป็นการจัดเก็บสินค้าแบบ โซน ABC หรือแบบที่กำหนดตำแหน่งที่ตั้งของสินค้าตามลำดับความสำคัญเชิงปริมาณเข้าออกหรือลักษณะการใช้งานคลังสินค้า ตัวอย่างเช่นสินค้าที่มีปริมาณเข้าออกคลังบ่อยๆ เป็น จำนวนมากๆ ถือว่าเป็นกลุ่มสินค้าเอจะถูกกำหนดโซนในการจัดเก็บที่ใกล้ประตูเข้าออกมากที่สุด เนื่องจากจำเป็นต้องปฏิบัติงานเป็นประจำส่วนสินค้าที่มีปริมาณเข้าออก และจำนวนน้อยลงมาถือว่าเป็นกลุ่มสินค้า บี ซี และดี ตามลำดับ ซึ่งจะกำหนดโซนในการจัดเก็บที่ไกลออกไป และต้องเสียเวลาและระยะทางในการปฏิบัติงานนำสินค้าเข้าไปเก็บและหยิบออกมามากขึ้นตามลำดับการปรับเปลี่ยนรูปแบบในการจัดเก็บสินค้าภายในคลังเช่นนี้ส่งผลให้ประสิทธิภาพในการใช้พื้นที่ภายในคลังสูงขึ้น และทำให้การบริหารควบคุมสต๊อกภายในคลังง่ายขึ้นอีกด้วย
แนวทางที่ 5 : การเลือกวีธีการหยิบสินค้าที่เหมาะสมโดยสามารถเลือกวิธีการหยิบสินค้าได้หลากหลายรูปแบบซึ่งแต่ละแบบอาจทำให้การทำงานมีประสิทธิภาพสูงเพิ่มขึ้นได้โดยวิธีการ หยิบสินค้าที่นิยมกันมีดังต่อไปนี้แบบแรกเป็นแบบมอบหมายให้ผู้หยิบสินค้าในแต่ละออเดอร์ดำเนินการเพียงคนเดียว แบบนี้มีข้อดีตรงที่สินค้าในแต่ละออเดอร์มีผู้รับผิดชอบดูแลโดยตรงซึ่งอาจช่วยลดปัญหาเรื่องออเดอร์ไม่ครบหรือผิดพลาดได้ดียิ่งขึ้นแต่มีข้อเสียตรงที่ต้องใช้เวลาในการดำเนินการมากและในบางกรณีก็จำเป็นจะต้องใช้พนักงานที่เกี่ยวข้องเป็นจำนวนมากเช่นกันโดยเฉพาะในกรณีที่มีออเดอร์ในเวลาเดียวกันครั้งละมากๆ แบบต่อมาเป็นแบบมอบหมายให้ผู้หยิบสินค้าหยิบสินค้าเป็น Batch กล่าวคือ ผู้หยิบสินค้าคนหนึ่งๆ ทำการหยิบสินค้าในแต่ละครั้งเพื่อ หลายๆ ออเดอร์ โดยวิธีการหยิบสินค้าแบบนี้มีข้อดีและข้อเสีย ตรงกันข้ามกับแบบแรกโดยสิ้นเชิงโดยวิธีการนี้มักจะนิยมใช้กับคลังสินค้าขนาดใหญ่ที่มีรายการสินค้าในแต่ละออเดอร์ไม่มากนัก และให้ความสำคัญกับเรื่องของรอบระยะเวลาและออเดอร์ ที่ดำเนินการในแต่ละวันเป็นสำคัญ
ตัวอย่างแบบสุดท้าย ได้แก่ การหยิบสินค้าในลักษณะโซนโดยการหยิบวิธีนี้จะมีการมอบหมายผู้หยิบไว้ในลักษณะโซนสินค้าอย่างชัดเจน เมื่อมีออเดอร์สินค้าที่ต้องทำการหยิบ รายการสินค้าจะถูกหยิบโดยผู้หยิบในแต่ละโซน และเมื่อได้จำนวนครบตามออเดอร์แล้วสินค้าที่หยิบมาจะต้องถูกนำมาคัดแยกและบรรจุภัณฑ์เพื่อเตรียมส่งมอบอีกทอดหนึ่งวิธีการหยิบแบบนี้มีข้อดีตรงที่การหยิบแต่ละครั้งมีความรวดเร็วมาก เนื่องจากผู้หยิบมีความเชี่ยวชาญและชำนาญในโซนนั้นๆ อยู่แล้ว แต่จะมีข้อด้อยก็ตรงที่จะต้องมีการดำเนินกิจกรรมคลังสินค้าเพิ่มเติมในส่วนของการคัดแยกสินค้าและเตรียมสินค้าในภายหลัง
แนวทางที่ 6 : ทำการปรับเปลี่ยนพื้นที่การใช้สอย และพื้นที่จัดเก็บภายในคลังสินค้าใหม่ให้สามารถรองรับฟังก์ชันการจัดเก็บและการใช้งานภายในคลังสินค้าที่ดีขึ้น โดยอาจพิจารณาทำขบวน การ 5ส ก่อน ได้แก่ การสะสางสต็อก หรือวัสดุอุปกรณ์ต่างๆ ที่ไม่ได้ก่อประโยชน์แล้วออกจากคลังสินค้า, การทำความสะอาดภายในคลังสินค้า ให้สามารถใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพ และลดความเสี่ยงต่างๆ ที่อาจจะก่อให้เกิดอุบัติเหตุภายในคลังสินค้าได้, การเพิ่มความสะดวกในการเคลื่อนย้ายสินค้าเข้าออกภายในคลังสินค้าโดยการจัดระเบียบเส้นทางคมนาคมภายในคลังรวมถึงการตีเส้นแบ่งเส้นจราจรภายในคลังอย่างชัดเจน, การดูแลในเรื่องสุขลักษณะภายในคลังสินค้า เช่น ช่องลม ช่องแสงปัญหาเรื่องความชื้น ฝุ่น ที่อาจก่อให้เกิดปัญหาทั้งในด้านสุขภาพของพนักงานและประสิทธิภาพการทำงานและการจัดเก็บสินค้าภายในคลังสินค้า, สุดท้ายเป็นการสร้างอุปนิสัยที่ดีในการทำงานภายในคลังสินค้า เช่น การออกกฎระเบียบข้อห้ามต่างๆ ในการปฏิบัติงานภายในคลังสินค้าไม่ว่าจะเป็นการห้ามขับรถยกด้วยความเร็วสูง หรือ การกลับรถยกภายในช่องเก็บสินค้า การห้ามขึ้นลงสินค้านอกบริเวณขึ้นลงการห้ามวางสินค้าตรงบริเวณประตูขึ้นลงสินค้า เป็นต้น
แนวทางที่ 7 : การปรับปรุงขบวนการทำงานภายในคลังสินค้าให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น รวดเร็วขึ้นไม่ว่าจะเป็นขั้นตอนการรับและตรวจเช็คนับสินค้า, การนำสินค้าเข้าบริเวณหรือชั้นจัดเก็บสินค้า, การดูแลสินค้าขณะจัดเก็บให้อยู่ในสภาพที่ดี ไม่เสื่อมสภาพหรือเสียหาย, การหยิบสินค้าที่จัดเก็บออกมาใช้หรือเตรียมส่ง มอบ, การคัดแยกและเตรียมสินค้าเพื่อจัดส่ง, การบรรจุหีบห่อหรือติดป้ายตราสินค้าต่างๆ สำหรับส่งมอบและส่งออพร้อมทั้งนำวิธีการคิดต้นทุนแบบกิจกรรม ที่นิยมเรียกกันว่า Activity-Based Costing มาประเมินต้นทุนในแต่ละกิจกรรม และประเมินกิจกรรม หรือการปฏิบัติงานต่างๆ ภายในคลังสินค้าว่า ในการปฏิบัติงานกิจกรรมใดที่ช่วยสร้างหรือเพิ่มมูลค่าเพิ่มหรือไม่อย่างไร ซึ่งจะสามารถทำให้การทำงานของคลังสินค้าต่างๆ มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลดีขึ้น
แนวทางที่ 8 : การประยุกต์ใช้ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศสำหรับงานคลังสินค้า การใช้ระบบเทคโนโลยีฯ เข้าช่วยในการปฏิบัติงานด้านคลังสินค้าที่สำคัญในชั่วโมงนี้ได้แก่ระบบบาร์โค้ดโดยการนำระบบบาร์โค้ดมาใช้กับคลังสินค้าจะสามารถใช้ได้ในหลายๆ จุด ได้แก่ การรับและส่งสินค้าเข้าออกจากคลังการจัดระบบเก็บสินค้าภายในคลัง และการตรวจนับสินค้าภายในคลัง เป็นต้น ปัญหาภายในคลังสินค้าโดยเฉพาะข้อผิดพลาดที่เกิดจากพนักงานตรวจนับ รับส่งสินค้า สามารถบรรเทาลงได้ด้วยการประยุกต์ใช้ระบบบาร์โค้ด โดยสินค้าต่างๆ ที่เข้าออก และจัดเก็บภายในคลังสินค้าจะใช้ระบบบาร์โค้ดในการระบุตัวสินค้าและบรรจุภัณฑ์เพื่อขนย้ายและจัดเก็บ การปรับปรุงคลังสินค้าด้วยวิธีนี้ จะทำให้การทำงานด้านเอกสาร และการตรวจเช็ค ตรวจนับต่างๆ ภายในคลังสินค้าสามารถทำได้รวดเร็วขึ้นและช่วยให้ข้อผิดพลาดต่างๆ ที่เกิดจากการป้อนข้อมูลด้วยคนสามารถลดลงได้ (นอกเหนือจากระบบบาร์โค้ดแล้ว ปัจจุบันยังมีระบบ RFID ซึ่งเป็นระบบที่มีการทำงานและสามารถใช้ประโยชน์คล้ายคลึงกับระบบบาร์โค้ดแต่อาศัยคลื่นวิทยุแทนคลื่นแสงและสามารถอ่านข้อมูลในระยะไกลโดยไม่จำเป็นต้องสัมผัสสินค้า)
แนวทางที่ 9 : การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีการสื่อสารสำหรับงานคลังสินค้าด้วยระบบ Electronic Data Interchange (EDI) หรือ ระบบแลกเปลี่ยนและส่งข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ การประยุกต์ใช้ระบบ EDI นี้จะทำให้การรับและส่งมอบสินค้าจากซัพพลายเออร์ และลูกค้าสามารถทำได้รวดเร็ว ที่สำคัญสามารถ เตรียมการต่างๆ ทั้งในเรื่องของพื้นที่ อุปกรณ์ และพิธีการรับส่งสินค้าต่างๆ ได้ล่วงหน้า ประกอบกับทำให้ลดขั้นตอน และข้อผิดพลาดต่างๆ ของการรับและส่งมอบสินค้า เอกสารต่างๆ มีความถูกต้องและรวดเร็วยิ่งขึ้น การตรวจทานต่างๆ สามารถทำได้ง่ายและคล่องตัวมากขึ้น ส่งผลให้ต้นทุนและประสิทธิภาพด้านเวลารับและส่งมอบสินค้าดีขึ้น
แนวทางที่ 10 : จัดหาอุปกรณ์ขนถ่ายวัสดุ หรืออุปกรณ์ขนย้ายที่เหมาะสม พร้อมทั้งปรับเปลี่ยนระบบการจัดเก็บ และระบบการขนย้ายโดยใช้พาเลท หรือกระดานรองโดยวิธีการนี้จะทำให้การทำงานของคลังสินค้าสะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น การนำของขึ้นและลงไม่ว่าจะเป็นในช่วงของการรับสินค้าเข้าคลังสินค้าหรือในช่วงของการนำสินค้าออกมาจากบริเวณจัดเก็บรวมถึงช่วงของการยกสินค้าขึ้นรถบรรทุกต่างๆ สามารถทำได้ง่ายและรวดเร็ว ซึ่งส่งผลให้ประสิทธิภาพด้านเวลา และรอบของการปฏิบัติงานดีขึ้น ผลิตภาพของคลังสูงขึ้น
แนวทางที่ 11 : ลดภาระด้านต้นทุนแฝงและภาระการลงทุนด้านคลังสินค้า ที่เป็นอยู่ในปัจจุบันและที่อาจเกิดจากการ ลงทุนในอนาคตด้วยการปรับเปลี่ยนจากการใช้ทรัพย์สินของบริษัทตนเองซึ่งใช้เป็นสถานที่จัดเก็บวัตถุดิบ ชิ้นส่วนการผลิต และสินค้ามาเป็นการเช่าสถานที่ หรือ คลังสินค้าภายนอกแทนการดำเนินการเช่นนี้จะส่งผลดีต่อบริษัทในหลายๆ ด้านไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการลดต้นทุนจมที่หมดไปกับคลังสินค้า, การรับทราบต้นทุนการจัดเก็บหรือต้นทุนดูแลจัดเก็บสินค้าต่อหน่วยได้ชัดเจนแม่นยำขึ้น, และที่สำคัญทำให้บริษัทแบกรับภาระเรื่อง คนงาน และความเสี่ยงต่างๆ น้อยลง
ที่มา : สยามธุรกิจ
|
|
27736 ผู้เข้าเยี่ยมชม Copyright © 2006 ACS REGISTRARS
|
|